กรวดน้ำ อุทิศส่วนบุญกุศลอย่างไรให้ผู้ล่วงลับได้อานิสงส์สูงสุด

กรวดน้ำ อุทิศส่วนบุญกุศลอย่างไรให้ผู้ล่วงลับได้อานิสงส์สูงสุด

คนไทยเราเชื่อในเรื่องบาปบุญ เจ้ากรรมนายเวร เชื่อโลกหลังความตาย ภพหน้า จึงทำให้มีการทำบุญ ใส่บาตร และกรวดน้ำ เพื่ออุทิศส่วนบุญกุศล ให้ชีวิตราบรื่น ประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจ แต่คุณแน่ใจแล้วหรือคะ ว่าคุณกรวดน้ำได้อย่างถูกวิธี โดยเฉพาะการกรวดน้ำให้ผู้ล่วงลับที่เราย่อมหวังว่าปลายทางจะได้รับ รวมถึงหวังสิ่งที่จะเกิดขึ้นและคืนกลับมา เราจึงมีคำแนะนำมาฝากกันว่าจะอุทิศส่วนบุญกุศลอย่างให้ผู้ล่วงลับได้อานิสงค์สูงสุด

ความเป็นมาของการกรวดน้ำ

การอุทิศส่วนกุศลเกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยพระเจ้าพิมพิสาร ที่มีการอุทิศส่วนกุศลด้วยการใช้น้ำ เพราะในอดีตพระเจ้าพิมพิสารนับถือศาสนาพราหมณ์ จึงกำหนดให้ผู้รับของต้องแบมือแล้วจึงใช้น้ำรดลงบนมือ ซึ่งพระองค์ก็ชินกับประเพณีเช่นนี้ จนมาพบกับพระพุทธเจ้าและต้องการอุทิศส่วนกุศล เลยใช้วิธีเดียวกันนี้ แต่ด้วยความที่พระพุทธเจ้าไม่ยึดติด เดินสายกลาง พร้อมเห็นความตั้งใจของพระเจ้าพิมพิสารที่ต้องการอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ล่วงลับ จึงไม่ได้ห้าม เพราะในพุทธศาสนา การอุทิศส่วนกุศลทำแค่เพียงอธิษฐานจิตก็พอแล้ว

การอุทิศส่วนกุศลตามพุทธศาสนาจะเน้นการอธิษฐานจิตและเอ่ยชื่อของผู้ล่วงลับอย่างชัดเจน  เพื่อให้ผู้ที่ถูกเอ่ยชื่อนั้นได้โมทนาบุญ ก็จะถือว่าได้ไปโดยตรงนั่นเอง

วิธีกรวดน้ำอย่างถูกต้อง

สำหรับการกรวดน้ำเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับ ทำโดยเทน้ำพร้อมการอธิษฐานจิตร่วมกัน แล้วจึงนำน้ำนั้นไปรดต้นไม้หรือรดลงดิน ซึ่งเชื่อกันว่าน้ำและดินเป็นสื่อกลางระหว่างโลกมนุษย์และโลกหลังความตาย ดังนั้น น้ำที่ไหลลงสู่ดินจะนำพาบุญกุศลส่งตรงไปยังผู้ล่วงลับ แต่ทั้งนี้อย่าลืมที่จะอธิษฐานจิตด้วยการเอ่ยชื่อ นามสกุลเฉพาะเจาะจง แต่ถ้าไม่ได้เอ่ยชื่อ ก็เชื่อว่าผลบุญนี้จะนำพาสู่ตัวผู้ทำและไปสู่เทวดาประจำตัว

การกรวดน้ำจะมีด้วยกัน 2 แบบ ได้แก่ แบบแรก การกรวดน้ำแบบเปียก เป็นการใช้น้ำอุทิศบุญกุศลให้ผู้ล่วงลับหลังการทำบุญ กับอีกแบบ การกรวดน้ำแบบแห้ง เป็นการตั้งอธิษฐานจิตอย่างเดียวและเอ่ยชื่อผู้รับ

สิ่งสำคัญก็คือ ผู้ล่วงลับจะได้รับบุญกุศลมากหรือน้อยนั้น ก็อยู่ที่ว่าผู้ล่วงลับต้องอยู่ในสภาพที่พร้อมรับบุญแล้วเท่านั้น เพราะในทางพุทธ ผู้ที่เสียชีวิตไปแล้วมักจะกลายเป็นวิญญาณที่จะต้องได้รับโทษตามแต่ละคนที่ทำมาในช่วงที่ยังมีชีวิตอยู่ หากยังอยู่ในขุมนรกจะรับไม่ได้ ต้องพ้นสภาพการรับโทษทัณฑ์เสียก่อนจึงจะขึ้นมารับบุญที่ญาติทำให้ได้ เมื่อใดที่กลายมาเป็น โอปปาติกะ จึงจะอยู่ในสถานะที่รับบุญได้

นอกเหนือจากการกรวดน้ำแล้ว การบริจาคโลงศพ หรือทำบุญโลงศพ ก็ยังเป็นวิธีอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับที่ให้อานิสงส์มหาศาลมากเช่นกัน โดยคุณสามารถติดต่อโลงทาน เพื่อแจ้งความประสงค์ ส่งต่อโลงศพให้ผู้ยากไร้ได้ง่ายๆ