ทำไมถึงต้องลอยอังคาร?

 

พิธีการของงานศพแบบของไทยนั้นมีหลายขั้นตอนมาก ซึ่งขั้นตอนสุดท้ายอย่างการลอยอังคารก็สำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งพิธีลอยอังคารมีประวัติความเป็นมายาวนานมาก หลายคนอาจจะสงสัยว่าพิธีนี้มาจากไหนกัน แล้วมีเพื่ออะไร ถ้าไม่ลอยอังคารจะได้ไหม เราจะมาหาคำตอบนี้กันค่ะ

พิธีลอยอังคาร

พิธีลอยอังคารเป็นพิธีกรรมความเชื่อตามหลักศาสนาฮินดูที่เผยแผ่เข้ามาสู่ประเทศไทย ตามความเชื่อของศาสนาฮินดูที่เชื่อว่าแม่น้ำคงคาเป็นแม่น้ำศักดิ์สามารถชำระล้างบาปให้กับผู้ที่ตายได้ ดังนั้นจึงนำร่างหรือเถ้ากระดูกของผู้ตายมาลอยในแม่น้ำคงคา เพื่อเป็นการชำระล้างบาปของผู้ตาย ทำให้ผู้ตายได้ขึ้นสวรรค์หรือไปเกิดใหม่ในที่ที่ดีกว่าเดิม

ความเป็นมาพิธีลอยอังคารในประเทศไทย

ตามประวัติศาสตร์ของไทยไม่ได้ทำการบันทึกอย่างชัดเจนว่าการลอยอังคารเริ่มขึ้นในสมัยใด แต่ก็ได้มีการปฏิบัติการลอยอังคารสืบต่อมาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์  ซึ่งในช่วงแรกการลอยอังคารจะเป็นการปฏิบัติสำหรับเจ้านายชั้นสูงเท่านั้น ต่อมาได้มีการแพร่หลายมายังพระญาติและข้าราชการชั้นสูง วานิช จนถึงคนทั่วไป ด้วยเหตุว่าในสมัยก่อน การเผาศพจะทำการเผาโดยใช้ “เมรุลอย” ที่ก่อขึ้นเอง เมื่อทำการเผาเสร็จแล้วจะคงเหลือเถ้าถ่านของทั้งไม้ที่นำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการเผา และเถ้ากระดูกของคนตาย ซึ่งส่วนมากจะทำการทิ้งไว้เช่นนั้น ไม่ได้มีการจัดเก็บหรือนำไปฝังกลบ

ทั้งนี้จึงมีการนำกุศโลบายการลอยอังคารมาใช้ เพื่อให้ญาติทำการเก็บเถ้าถ่านและเถ้ากระดูกของผู้ตายให้เรียบร้อยและนำไปลอยอังคารต่อไป โดยพิธีลอยอังคารได้สอดแทรกคำสอนทางพุทธศาสนา มีการเปรียบการลอยเหมือนกับการปลดปล่อย การปล่อยวาง และทำให้ผู้ที่อยู่เบื้องหลังให้เห็นหลักสัจธรรมที่แท้จริงของคนเราว่า เมื่อคนเราตายไปก็เหลือเพียงแค่กระดูก (อัฐิ) และเถ้า (อังคาร) เท่านั้น

ไม่ว่ายามที่มีชีวิตอยู่แม้จะขวนขวายเงินทองของมีค่ามากแค่ไหนก็ไม่สามารถนำติดตัวไปได้ ดังนั้น ยามมีชีวิตอยู่ จงทำแต่ความดี เพื่อที่ทุกคนจะได้จดจำในความดีของตัวท่าน และลูกหลานที่เคารพรักทุกคนจะมาไว้อาลัยท่าน พร้อมทั้งจัดพิธีลอยอังคารให้ด้วยความรักและเคารพในคุณงามความดีของคุณนั่นเอง

หนึ่งในการทำความดีที่ได้รับมหากุศลยิ่งใหญ่คือ การบริจาคโลงศพ ทำบุญโลงศพ ที่จะส่งผลบุญให้ชีวิตของคุณเจริญรุ่งเรืองยิ่ง ๆ ขึ้นไป กับ โลงทาน

 

พิธีการของงานศพแบบของไทยนั้นมีหลายขั้นตอนมาก ซึ่งขั้นตอนสุดท้ายอย่างการลอยอังคารก็สำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งพิธีลอยอังคารมีประวัติความเป็นมายาวนานมาก หลายคนอาจจะสงสัยว่าพิธีนี้มาจากไหนกัน แล้วมีเพื่ออะไร ถ้าไม่ลอยอังคารจะได้ไหม เราจะมาหาคำตอบนี้กันค่ะ โลงทาน โลงทาน โลงทาน

พิธีลอยอังคาร

พิธีลอยอังคารเป็นพิธีกรรมความเชื่อตามหลักศาสนาฮินดูที่เผยแผ่เข้ามาสู่ประเทศไทย ตามความเชื่อของศาสนาฮินดูที่เชื่อว่าแม่น้ำคงคาเป็นแม่น้ำศักดิ์สามารถชำระล้างบาปให้กับผู้ที่ตายได้ ดังนั้นจึงนำร่างหรือเถ้ากระดูกของผู้ตายมาลอยในแม่น้ำคงคา เพื่อเป็นการชำระล้างบาปของผู้ตาย ทำให้ผู้ตายได้ขึ้นสวรรค์หรือไปเกิดใหม่ในที่ที่ดีกว่าเดิม โลงทาน

ความเป็นมาพิธีลอยอังคารในประเทศไทย

ตามประวัติศาสตร์ของไทยไม่ได้ทำการบันทึกอย่างชัดเจนว่าการลอยอังคารเริ่มขึ้นในสมัยใด แต่ก็ได้มีการปฏิบัติการลอยอังคารสืบต่อมาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์  ซึ่งในช่วงแรกการลอยอังคารจะเป็นการปฏิบัติสำหรับเจ้านายชั้นสูงเท่านั้น ต่อมาได้มีการแพร่หลายมายังพระญาติและข้าราชการชั้นสูง วานิช จนถึงคนทั่วไป ด้วยเหตุว่าในสมัยก่อน การเผาศพจะทำการเผาโดยใช้ “เมรุลอย” ที่ก่อขึ้นเอง เมื่อทำการเผาเสร็จแล้วจะคงเหลือเถ้าถ่านของทั้งไม้ที่นำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการเผา และเถ้ากระดูกของคนตาย ซึ่งส่วนมากจะทำการทิ้งไว้เช่นนั้น ไม่ได้มีการจัดเก็บหรือนำไปฝังกลบ

ทั้งนี้จึงมีการนำกุศโลบายการลอยอังคารมาใช้ เพื่อให้ญาติทำการเก็บเถ้าถ่านและเถ้ากระดูกของผู้ตายให้เรียบร้อยและนำไปลอยอังคารต่อไป โดยพิธีลอยอังคารได้สอดแทรกคำสอนทางพุทธศาสนา มีการเปรียบการลอยเหมือนกับการปลดปล่อย การปล่อยวาง และทำให้ผู้ที่อยู่เบื้องหลังให้เห็นหลักสัจธรรมที่แท้จริงของคนเราว่า เมื่อคนเราตายไปก็เหลือเพียงแค่กระดูก (อัฐิ) และเถ้า (อังคาร) เท่านั้น

ไม่ว่ายามที่มีชีวิตอยู่แม้จะขวนขวายเงินทองของมีค่ามากแค่ไหนก็ไม่สามารถนำติดตัวไปได้ ดังนั้น ยามมีชีวิตอยู่ จงทำแต่ความดี เพื่อที่ทุกคนจะได้จดจำในความดีของตัวท่าน และลูกหลานที่เคารพรักทุกคนจะมาไว้อาลัยท่าน พร้อมทั้งจัดพิธีลอยอังคารให้ด้วยความรักและเคารพในคุณงามความดีของคุณนั่นเอง

หนึ่งในการทำความดีที่ได้รับมหากุศลยิ่งใหญ่คือ การบริจาคโลงศพ ทำบุญโลงศพ ที่จะส่งผลบุญให้ชีวิตของคุณเจริญรุ่งเรืองยิ่ง ๆ ขึ้นไป

 

ลอยอังคาร ทำบุญโลงศพ บริจาคโลงศพ โลงทาน
ลอยอังคาร ทำบุญโลงศพ บริจาคโลงศพ โลงทาน