สวรรค์ :  ความสุขในโลกหลังความตายของทุกศาสนา

เกือบทุกศาสนามีความเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตายที่ว่า เมื่อจากโลกนี้ไปแล้ว จิตวิญญาณของมนุษย์จะไม่ตายหรือสูญหายไป แต่จะไปสถิต ณ ที่แห่งใดแห่งหนึ่ง ซึ่งอาจจะเป็นนรกหรือสวรรค์ ซึ่งการจะไปสถิตนั้นอาจจะต้องขึ้นอยู่ความศรัทธาหรือความเชื่อในการดำรงชีวิตของคนผู้นั้นอยู่ในภาวะของข้อบัญญัติตามศาสนานั้น ๆ ทำให้สวรรค์จึงแตกต่างกันไปในแต่ละศาสนา แต่ที่แน่ ๆ สิ่งที่เหมือนกันคือ สวรรค์เป็นตัวแทนโลกหน้าที่มีความสุข

ศาสนาอิสลาม

สวรรค์ของศาสนาอิสลามนั้นเป็นพื้นที่ผู้พำนักจะได้รับความปลอดภัยจากทุกภยันตราย ทุกโรคภัยไข้เจ็บ และทุกความเสื่อมทรามไม่แก่เฒ่า ไม่ตาย ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ได้อยู่ร่วมกับศาสดาในศาสนาจะอยู่ในปราสาทราชวังสีทอง ที่ผู้ถือศีลอดอยู่ในพื้นที่ที่งดงาม สงบ ด้วยสายน้ำและ พืชพรรณไม้ หรืออยู่ในพื้นที่ที่เป็นทองคำ และเงิน ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอม

 

 

 

ศาสนาคริสต์

สวรรค์ของศาสนาคริสต์ เป็นพื้นที่ที่ไม่ต้องการแสงอาทิตย์และแสงดวงจันทร์ เพราะพระสรีระของพระเจ้าเป็นแสงสว่างที่ยิ่งใหญ่ เป็นที่สถิตที่ปราศนาผู้ที่มีพฤติกรรมมิชอบ ไร้ซึ่งมลทินใด ๆ

 

 

ทำบุญโลงศพ บริจาคโลงศพ โลงทาน สวรรค์
ทำบุญโลงศพ บริจาคโลงศพ โลงทาน สวรรค์

 

 

ศาสนาพุทธ ศาสนาฮินดู
ทั้งสองศาสนา สวรรค์จะมีลักษณะคล้ายกันคือ มี 6 สวรรค์ชั้นฟ้า ณ เขาพระสุเมรุ ผู้ที่จะขึ้นสวรรค์จะต้องบำเพ็ญเพียร ทำตนให้เป็นประโยชน์แก่ ผู้อื่น และประพฤติอยู่ในศีลในธรรม ตามบทบัญญัติตามคัมภีร์ ต่างกันตรงที่พุทธ มีกลุ่มบำเพ็ญบารมีทางสติ ปัญญา ที่มิใช่เทพแต่เรียกว่าชั้นพรหม พรหมมิได้เป็นเทพ ที่สถิตอยู่ในสวรรค์และพรหม ไม่ใช่เทวดา แต่เป็นกลุ่มของผู้ที่เจริญ สมาธิ ปัญญา จนบรรลุธรรมชั้นต่าง ๆ จนใกล้จะบรรลุสู่นิพพาน

ว่ากันว่าใครที่หมั่นทำความดี สั่งสมบุญกุศลในขณะที่มีชีวิต เมื่อตายลงไป จะได้ไปอยู่บนสวรรค์ ดังนั้นหากท่านใดอยากเข้าใกล้นิพพาน แนะนำให้ทำบุญด้วยการบริจาคโลงศพ ให้บ้านหลังสุดท้าย นับว่าเป็นอานิสงส์ที่แรงกล้า ที่จะโน้มนำให้จิตสุดท้ายของทุกท่านเข้าใกล้เส้นทางแห่งนิพพาน

 

 

 

ทำบุญโลงศพ บริจาคโลงศพ โลงทาน สวรรค์
ทำบุญโลงศพ บริจาคโลงศพ โลงทาน สวรรค์